สำนักข่าวเบาะแสนิวส์​ -​ กักตัวโควิด-19 ชาวบ้านค้านใช้พื้นที่ ม.อุบล(สาขามุกดาหาร)

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 เวลา 19.00 น.ได้มีตัวแทนจากส่วนราชการประกอบนายอำเภอเมืองมุกดาหาร,ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร, ตัวแทนโรงพยาบาลมุกดาหาร ,ตัวแทนสาธารณสุขอำเภอเมืองมุกดาหาร, ผอ.รพ.สต.ตำบลมุกดาหาร ลงพื้นที่บ้านด่านคำ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในการที่จะใช้อาคารรวมใจ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี บ้านด่านคำ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นสถานที่ในการเฝ้าระวังและสังเกตการ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี โดยมีชาวบ้านกว่า 200 คน มาฟังคำชี้แจง ซึ่งชาวบ้านไม่เห็นด้วยและต่างคัดค้านที่จะนำแรงงานหรือผีน้อยมากักตัวเพื่อดูอาการป่วยโรค COVID-19 เนื่องจากเป็นแหล่งใกล้ชุมชน สถานศึกษา เกรงจะกระทบความเป็นอยู่ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวันเป็นระยะยาว ณ ศาลาประชาคมบ้านด่านคำ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

จากกรณีที่จังหวัดมุกดาหารได้พิจารณาใช้อาคารรวมใจ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี บ้านด่านคำ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร เป็นสถานที่ในการเฝ้าระวังและสังเกตการ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี หรือผีน้อย มากักตัวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) สร้างความตื่นตะหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ล่าสุดที่ศาลาประชาคม บ้านด่านคำ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายวิเชียร เชื้อดี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลมุกดาหาร นายอุดม แข็งแรง อดีตผู้ใหญ่บ้านด่านคำ พร้อมชาวบ้านกว่า 200 คน ได้เดินทางมาประชุมรับฟังคำชี้แจงจากตัวแทนส่วนราชการ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ได้มีการทบทวนและยกเลิก ที่จะใช้อาคารรวมใจ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นสถานที่ในการเฝ้าระวังและสังเกตการ เพราะชาวบ้านในพื้นที่เกรงจะได้รับผลกระทบหรือได้รับการแพร่เชื้อ แม้ว่าจะมีการยื่นยันจากหลายหน่วยงานว่าเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) จะไม่ล่องลอยไปในอากาศ และไม่มีสัตว์เป็นพาหะนำโรค การจะติดเชื้อจะต้องติดจากผู้ที่เป็นโรคที่อยู่ใกล้กันไม่เกิน 1 เมตร และมีการไอ จามใส่กัน หรือมีการสัมผัสสารคัดหลั่ง ของผู้ติดเชื้อเท่านั้น แต่ชาวบ้านก็ยังไม่มั่นใจภาครัฐว่าจะดูแลได้ขนาดไหน ซึ่งหากภาครัฐมีมาตรการจริงจังคงไม่มีการระบาดหนักไปจนถึงวันนี้ และยื่นยันว่าชาวบ้านด่านคำไม่ได้ รังเกียจ หรือกีดกันบุคคลกลุ่มดังกล่าว ขณะเดียวชาวบ้านยังสอบถามทำไม่ไม่เลือกอาคาร หรือสถานที่ ที่เป็นหน่วยงานรัฐ เช่น ตึกอาคารโรงพยาบาลมุกดาหาร เนื่องจากอยู่ใกล้เจ้าหน้าที่อีกด้วย ทำไม่ต้องเลือกที่เป็นสถานที่ชุมชน

ตัวแทนจากนายแพทย์สาธารณสุขอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการเฝ้าระวังและสังเกตการ ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี กรณีที่มีคนไทย ที่เป็นลูกหลานชาวจังหวัดมุกดาหารกลับมาจาก 4 ประเทศ จะต้องถูกดำเนินการควบคุมเฝ้าระวัง 14 วัน ซึ่งคนที่กลับเข้ามาต้องถือว่ายังไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อไวรัส แต่ในระยะความปลอดภัยเราต้องกักกันตัวเพื่อดูอาการ 14 วัน ในระหว่างนี้ทางแพทย์ พยาบาล จะเฝ้าตรวจดูอาการ ภายใน 14 วันถ้าไม่มีอาการใด ๆ ก็จะปลอดภัย และให้กลับบ้านได้ หากมีไข้ก็จะส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งอาคารดังกล่าวอยู่ห่างจากชุมชน เป็นอาคาร 2 ชั้น สามารถแบ่งแยกสัดส่วนชายหญิงได้ชัดเจน มีรั้วรอบขอบชิด อากาศถ่ายเทสะดวก สามารถรองรับประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้มากกว่า 100 คน

ภายหลังจากการชี้แจ้งของเจ้าหน้าที่ชาวบ้านด่านคำก็ยังไม่พอใจเนื่องจากยังไม่ได้คำยืนยันที่ชัดเจนจากเจ้าหน้าของรัฐ แต่ยอมที่จะสลายตัว ก่อนที่จะหารือพร้อมกับจะล่าลายชื่อลายเซ็นชาวบ้านเป็นหนังสือ เพื่อจะได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมขอความชัดเจนต่อไป…

สำนักข่าวมุกดาหารทูเดย์​ -​ รายงาน

About ทีมข่าว มุกดาหารทูเดย์